เลือกฟิล์มกรองแสงรถยนต์ อย่างไร

เลือกฟิล์มกรองแสงรถยนต์ อย่างไร เลือกฟิล์มกรองแสงรถยนต์  ฟิล์มกรองแสงคือวัสดุที่ถูกสร้างขึ้นมาให้มีลักษณะโปร่งใส มีคุณสมบัติในการลดความร้อน ลดรังสียูวี รังสีอินฟราเรด ซึ่งจะช่วยลดความร้อนจากแสงแดดและรังสีต่าง ๆ ที่มากับแสงแดดที่จะเข้ามาภายในห้องโดยสาร ส่วนจะสามารถลดหรือป้องกันได้มากน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับวัสดุและคุณภาพของส่วนประกอบที่นำมาผลิตเป็นฟิล์มกรองแสงนั้น ฟิล์มกรองแสงสามารถแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ ได้แก่ ฟิล์มกรองแสงที่ไม่มีส่วนผสมของสารป้องกันรังสีที่มาจากแสงแดด ฟิล์มชนิดนี้จะสามารถกรองได้เฉพาะแสงจากดวงอาทิตย์ให้อ่อนลงได้เท่านั้น ฟิล์มประเภทนี้จะลดความเข้มของแสงได้เพียงอย่างเดียว แต่ไม่สามารถกรองหรือลดอันตรายจากความเข้มของรังสีต่าง ๆ ที่มาพร้อมแสงแดดได้ ฟิล์มแบบนี้จึงไม่ค่อยเป็นที่นิยมและสามารถกันความร้อนได้เพียง 50% เป็นฟิล์มที่มีราคาถูกที่สุด และอายุการใช้งานก็สั้นเพียง 3-5 ปีเท่านั้น ฟิล์มกรองแสงที่มีส่วนผสมของสารป้องกันรังสีที่มาจากแสงแดด ในการผลิตฟิล์มชนิดนี้ จะมีการเพิ่มวัสดุพิเศษเข้าไปในชั้นฟิล์ม วัสดุพิเศษจะมีคุณสมบัติในการช่วยป้องกันและกรองรังสีต่าง ๆ ในแสงแดดที่จะทำอันตรายต่อทั้งอุปกรณ์ภายในห้องโดยสารและตัวผู้โดยสาร ฟิล์มประเภทนี้ยังสามารถแบ่งย่อยออกได้เป็น 4 ประเภทตามวัสดุพิเศษที่ใช้และกระบวนการผลิตดังนี้ ฟิล์มปรอท, ฟิล์มเคลือบโลหะ และฟิล์มลดความร้อน มีคุณสมบัติในการลดความร้อนได้ 35-90% เนื้อฟิล์มจะเป็นสีสะท้อนคล้ายกระจกเงา ฟิล์มชนิดนี้จะเคลือบผิวด้วยไอโลหะประเภทต่าง ๆ ฟิล์มแบบนี้จะกันรังสีความร้อนได้พอสมควรและป้องกันรังสีต่าง ๆ ได้ มีอายุการใช้งาน 3-7 ปี ฟิล์มอินฟราเรด เป็นฟิล์มที่ใช้สารพิเศษที่มีคุณสมบัติไปตัดรังสีอินฟราเรดมาใช้ในการเคลือบ ทำให้ป้องกันความร้อนได้ค่อนข้างดีที่สุด และสามารถสะท้อนรังสียูวีได้จึงมีราคาค่อนข้างสูง […]

ทำไมต้องติดฟิล์มกรองแสงรถยนต์ ไปดูกันเลย

การติดฟิล์มกรองแสงรถยนต์ นับได้ว่าเป็นอุปกรณ์เสริมอย่างนึงที่ต้องสำหรับรถยนต์ เนื่องจากแสงแดดบ้านเราถ้าไม่ติดฟิล์มกรองแสงรถยนต์ ขับรถออกไปข้างนอก แสงแดดจะส่องเข้ามาภายในรถยนต์ ทำให้ภายในรถยนต์รู้สึกร้อน และยังมีแสงสีฟ้าเวลาโดนผิวหน้าจะก่อให้เกิดฝ้า กระ ดังนั้นการติดฟิล์มกรองแสงรถยนต์จึงเป็นตัวช่วยที่ดีที่สุดอีกอย่างหนึ่ง และเราก็ต้องเลือกใช้ฟิล์มกรองแสงรถยนต์ที่ตรงกับความต้องการของเรามากที่สุด เราแบ่งเกรดฟิล์มกรองแสงรถยนต์ออกเป็น 5 แบบดังนี้ 1. ฟิล์ม Sputtering เป็นฟิล์มที่ผสมโลหะเข้าไปในเนื้อฟิล์มเพื่อให้กันความร้อนได้สูง กันอินฟาเรดได้สูง แต่มีข้อเสียคือต้นทุนสูงมาก  EASY PASS ไม่ผ่าน GPS ไม่ผ่าน บรูทูธไม่ผ่าน รวมถึงขอบฟิล์มมักเป็นสนิม 2. ฟิล์ม Nano Ceramic จะเป็นฟิล์มที่เคลือบเทคโนโลยีนาโนที่ผิวด้านนอกของฟิล์ม เป็นการนำฟิล์มที่ผลิตด้วยแผ่นโพลิเมอร์ที่บางมากมาซ้อนทับกันกว่า 200 ชั้น เมื่อฟิล์มกรองแสงกระทบกับแสงแดดฟิล์มจะเปล่งประกายเป็นเงาออกมาเป็นเทคโนโลยีของ 3M หรือของ CZfilm ใช้ผง Nano Ceramic ไปที่ชั้นกลางของเนื้อฟิล์มลดปัญหาฟิล์มสีลอกได้ดี ค่ากันร้อนสูงมากระดับเดียวกับ 3M 3. ฟิล์ม Carbon เป็นฟิล์มที่กันร้อนได้สูงใกล้เคียงกับ Nano Ceramic และได้คุณสมบัติฟิล์มดำเข้ม โดยใช้ผงคาร์บอนผสมที่ฟิล์ม 4. ฟิล์มกรองแสงมาตราฐาน เป็นฟิล์มฉาบปรอท หรือฟิล์มดำ ที่กันร้อนได้ระดับปานกลาง กันรังสี UV […]

ต้องติดฟิล์มกี่เปอร์เซ็นต์ถึงจะพอดี

สำหรับการติดฟิล์มกรองแสงรถยนต์ มองว่า ติดฟิล์มแบบไหนเหมาะกับสีรถ เข้ากับตัวรถ หรือเข้ากับไลฟ์สไตล์ของผู้ขับขี่และทุกวันนี้ “ฟิล์มติดรถยนต์” กลายเป็นของแถมยอดนิยมสำหรับผู้ซื้อรถป้ายแดง เมื่อพนักงานขายหรือเซลส์ตามโชว์รูมชอบถามว่าติดฟิล์มรถยนต์กี่เปอร์เซนต์ แบบไหนดี พร้อมกับกลางแคตตาล็อกให้เลือก จำหน่ายฟิล์มนั้นมีฟิล์มกรองแสงรถยนต์ยอดฮิตที่จำหน่ายในบ้านเราอยู่ไม่กี่เบอร์ เช่น 05,20,35 และ 50 เบอร์ที่กล่าวไว้ข้างต้นนั้นเป็นความเข้มของฟิล์มที่แสงสามารถส่องผ่านได้ อย่างเช่น เบอร์ 05 ที่แสงสามารถผ่านได้ 5 เปอร์เซ็นต์ จะมีความเข้มที่ 95 เปอร์เซ็นต์ แต่ร้านจำหน่ายจะบอกลูกค้าว่าฟิล์ม 80 เปอร์เซ็นต์ รวมถึงฟิล์มเบอร์ 20 ที่ปล่อยแสงผ่านได้ 20 เปอร์เซ็นต์ เท่ากับความเข้ม 80 เปอร์เซ็นต์ แต่ในตลาดจะเรียกฟิล์มเบอร์นี้ว่า 60 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นเมื่อเวลาเราบอกว่าติดฟิล์ม 80% เราจึงได้ฟิล์มที่มีแสงส่องเข้ามาได้แค่ร้อยละ 5 ในขณะที่ความเข้มจริงของฟิล์มสูงถึง 95% เลยทีเดียว ประเด็นสำคัญของการเลือกติดฟิล์มกรองแสงรถยนต์ จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับสภาพอากาศในเมืองไทย ค่าความร้อนจากแสงแดด ฟิล์มรถยนต์ที่ดีจะต้องมีประสิทธิภาพในการป้องกันความร้อนจากแสงแดดเป็นหลัก ไม่ใช่ป้องกันเฉพาะแสงอินฟราเรด และที่สำคัญต้องป้องกันรังสี UV ได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 99  […]

กระจกรถยนต์แตก รถยนต์กระจกร้าว เปลี่ยนกระจกรถ เคลมประกัน เคลมกระจกรถยนต์

ซ่อมกระจกรถแตก ซ่อมรอยร้าว รอยหินดีดใส่ เคลม เปลี่ยน กระจกรถยนต์ รถเก๋ง รถกระบะ ปิกอัพ เอสยูวี เอ็มพีวี พีพีวี รถตู้ ออฟโรด รถบรรทุก รถบัสโดยสาร รถทัวร์ เปลี่ยนกระจกรถใหม่ โดยช่างซ่อมกระจกผู้ชำนาญการ ใช้กาวติดกระจกมาตรฐานรับประกันไม่รั่วซึม บริการติดฟิล์มกรองแสง ดำเนินการด้วยความซื่อสัตย์ต่อลูกค้าและคู่ค้า จำหน่ายและบริการติดตั้ง กระจกทุกรุ่นทุกยี่ห้อ งานดีงานเนี้ยบรถไม่ช้ำ เปลี่ยนกระจกรถ เคลมประกัน เคลมกระจกรถยนต์สุรินทร์ กระจกบังลมหน้า กระจกหลัง กระจกข้าง รถกระบะ โตโยต้า ไมตี้เอ็กซ์ ไทเกอร์ วีโก้ รีโว่, นิสสัน บิ๊กเอ็ม ฟรอนเทียร์ นาวาร่า, อีซูซุ ดีแมคซ์, มิตซูบิชิ L200 สตราด้า ไทรทัน, มาสด้า ไฟเตอร์ บีที-50, ฟอร์ด เรนเจอร์ มาราธอน, เชฟโรเลต โคโลราโด, ซูซูกิ แครี่, ทาทา […]

ฟิล์มกันความร้อน รถยนต์ที่ดีที่สุด

ฟิล์มติดรถยนต์ กลายเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลย ถือว่าเป็นอุปกรณ์ตกแต่งชิ้นแรก ซึ่งหน้าที่หลักของมันก็หนีไม่พ้นการช่วยลดความร้อนแรงของแดด นอกจากนั้น การติดฟิล์มยังช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับห้องโดยสาร และการติดฟิล์มที่มีสีสันสวยงามและมีความเข้มอย่างเหมาะสมนั้น ยังเป็นการช่วยเพิ่มความโดดเด่นให้กับตัวรถอีกต่างหาก 1. ฟิล์มกรองแสงแบบปกติ (Dyed Window Tint) ฟิล์มประเภทนี้ จะเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ฟิล์มกรองแสงแบบย้อมสี สามารถกรองแสงจากดวงอาทิตย์ให้มีความเข้มที่น้อยลง และสามารถสะท้อนรังสีได้บางส่วนเท่านั้น จึงทำให้ไม่สามารถลดปริมาณความร้อนสะสมได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังไม่สามารถลดแสงสะท้อนจากภายนอกได้ดีเท่าที่ควร อีกทั้งมีอายุการใช้งานที่สั้นเมื่อเปรียบเทียบกับฟิล์มประเภทอื่นๆ ทำให้ฟิล์มกรองแสงแบบปกติ ไม่เป็นที่นิยมในปัจจุบัน 2. ฟิล์มลดความร้อนประเภทไอโลหะ (Metalized Window Tint) ฟิล์มความร้อนประเภทไอโลหะหรือเรียกกันโดยทั่วไปว่า ฟิล์มปรอท โดยตัวฟิล์มจะมีการเคลือบผิวด้วยไอโลหะต่างๆ ทำให้มีความมันวาวเมื่อมองจากด้านนอก ฟิล์มประเภทนี้มีคุณสมบัติที่เหนือกว่าฟิล์มกรองแสงแบบปกติ โดยจุดเด่นของฟิล์มประเภทนี้ คือการ สะท้อน รังสีความร้อน และยังสามารถลดปริมาณความร้อนสะสมภายในห้องโดยสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังมีคุณสมบัติในเรื่องของการลดแสงสะท้อนจากภายนอก ช่วยทำให้สบายตาขณะขับขี่ในตอนกลางวันที่มีแดดจัด 3. ฟิล์มประเภทคาร์บอน (Carbon Window Tint) ฟิล์มประเภทคาร์บอน หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า นาโนคาร์บอน จะเป็นการนำเอาโมเลกุลคาร์บอนมาผสมไว้ในเนื้อฟิล์ม โดยมีวัตถุประสงค์เช่นเดียวกันกับฟิล์มประเภทเคลือบโลหะ (หรือฟิล์มปรอท) นั่นก็คือการสะท้อนและลดความเข้มของรังสีต่างๆ เพื่อป้องกันความร้อนที่จะเข้ามายังห้องโดยสาร โดยปกติแล้ว ฟิล์มกรองแสงประเภทคาร์บอนจะสามารถป้องกันรังสีอินฟาเรดได้สูงถึง […]

เทคนิคเลือกฟิล์มติดรถยนต์ ให้มีคุณภาพและถูกหลักมาตรฐาน

ฟิล์มกรองแสงรถยนต์หรือฟิล์มติดรถยนต์ ที่ทราบโดยพื้นฐานกันว่ามีคุณสมบัติลดความสว่างของแสงเข้ามาผ่านในรถ ลดรังสี UV และช่วยลดความร้อนภายในห้องโดยสารเป็นอย่างดี  สัมผัสได้จากรถยนต์คันไหนที่ไม่ได้ติดฟิล์ม ภายในรถจะร้อนระอุและแอร์จะทำงานหนักเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย การเลือกฟิล์มกรองแสง สำหรับรถยนต์ โดยทั่วไปแล้ว เป็นเรื่องที่ไม่ยาก แต่จะให้ประหยัดและคุ้มค่า ควรมีความเข้าใจพื้นฐาน และของระบบการทำงาน การเลือกฟิล์มกรองแสง 1.เลือกฟิล์ม ฟิล์มกรองแสงที่ดีไม่ใช่ฟิล์มที่ช่วยลดแสงจ้าได้เพียงอย่างเดียวแต่ต้องมีความสามารถในการสะท้อนแสงอาทิตย์นั้นก็หมายความว่าฟิล์มเข้มไม่ได้แปลว่าลดความร้อนได้สูง ซึ่งการเลือกฟิล์มกรองแสงที่ดีควรดูจาก เปอร์เซ็นต์การลดความร้อน, เปอร์เซ็นต์การลดรังสียูวี, เปอร์เซ็นต์การสะท้อนแสง และ เปอร์เซ็นต์แสงส่องผ่าน 2.เลือกรับประกัน การรับประกันคุณภาพเป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาควบคู่ในการตัดสินใจ โดยทั่วไปแล้วฟิล์มกรองแสงติดรถยนต์จะมีการรับประกันคุณภาพไม่ต่ำกว่า 5 ปี บางราย 7 หรือ 10 ปี ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของการรับประกันด้วย 3.เลือกร้านติดตั้งและช่างที่ชำนาญการ เรื่องนี้ส่วนสำคัญที่จะให้คุณได้รับฟิล์มกรองแสงคุณภาพดีและงานที่เรียบร้อยไม่มีปัญหาตามมาภายหลัง โดยหาร้านจากผู้ที่เคยใช้บริการมาก่อนเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดโดยเฉพาะเว็บไซต์ตามคลับรถในรุ่นที่ท่านใช้และเลือกเอาแหล่งที่คุณสะดวก ประเภทฟิล์มกรองแสง 1.แบบธรรมดาย้อมสี ฟิล์มชนิดนี้เป็นฟิล์มธรรมดาที่มีคุณสมบัติทำให้แสงผ่านเข้ามาในรถยนต์อ่อนลงหรือลดความเข้มข้น  โดยที่ไม่มีส่วนผสมของสารป้องกันรังสีต่างๆจากแสงแดด ทำให้ไม่มีคุณสมบัติที่จะลดความร้อนหรือแสงที่มีอันตรายใดๆ มีราคาถูก เนื้อฟิล์มจะเปลี่ยนสภาพเสื่อมเป็นสีม่วงเร็ว และมีอายุการใช้งานที่สั้น โดยเฉลี่ยประมาณ 3-5 ปี 2.แบบลดความร้อน มีส่วนผสมของสารป้องกันรังสีต่างๆ จากแสงแดด ด้วยคุณสมบัติพิเศษเนื้อฟิล์มถูกเคลือบด้วยโลหะพิเศษ สามารถกันรังสีที่เป็นอันตรายต่างๆได้ แถมยังกันความร้อนได้เป็นอย่างดี โดยปัจจุบันสามารถแบ่งย่อยได้ […]